ดาวเคราะห์น้อยโคจรรอบหลุมดำ
📗 “ดาวเคราะห์น้อยโคจรรอบหลุมดำ” นวนิยายรัก (ร้าวราน) ปนอีโรติก (เร่าร้อน) ผลงานเล่มใหม่ล่าสุดของ “อุเทน พรมแดง” นักเขียนมือรางวัลเจ้าของ 35 รางวัลทางวรรณกรรมระดับชาติ!
“อุเทน พรมแดง” ไม่เคยเขียนนวนิยายรักมาก่อน และเมื่อเขียนขึ้นมาเป็นเรื่องแรก นวนิยาย “ดาวเคราะห์น้อยโคจรรอบหลุมดำ” เล่มนี้จึงย่อมไม่ใช่นวนิยายรักธรรมดาดาษดื่นเหมือนที่คุณเคยได้อ่าน นวนิยายเรื่องนี้เต็มไปด้วยความโศกเศร้า ร้าวราน ผิดหวัง ชอกช้ำ ตรอมตรม หม่นหมอง และอาการอกหักช้ำรักอันยืดเยื้อยาวนานเหมือนไม่มีวันสิ้นสุด นวนิยายที่คุณกำลังจะได้อ่านนี้มีตัวละครหลักเป็นชายหนุ่มและหญิงสาว แต่คุณอย่าเผลอคิดเด็ดขาดว่าเขาและเธอคือ “พระเอก” กับ “นางเอก” ของเรื่อง เพราะฝ่ายหนึ่งเหมือนเป็นได้แค่ตัวประกอบในชีวิตของอีกฝ่ายเท่านั้น
และถึงแม้เรื่องราวในหนังสือเล่มนี้จะอยู่ห่างไกลจากความสุขสมหวังลิบลับ ทว่าไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีแง่มุมดีๆ ในชีวิตให้เราเลือกมองจากนวนิยายเรื่องนี้เอาเสียเลย หนังสือเล่มนี้จึงคล้ายให้นิยามใหม่ของคำว่า “นิยายรัก” อีกทั้งยังชวนให้เราตั้งคำถามว่า ความรักที่แท้จริงเป็นเช่นไรกันแน่
💬เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยก่อนอ่าน
● นี่คือนวนิยายรักเรื่องแรก (และมีแนวโน้มจะเป็นเรื่องเดียว) ในชีวิตของอุเทน พรมแดง
● นวนิยายเรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับดาวเคราะห์น้อย หลุมดำ หรือห้วงอวกาศ
● ผู้เขียนใช้เวลานับตั้งแต่เริ่มคิดจนเขียนนวนิยายแล้วเสร็จยาวนานร่วม 30 ปี
● แม้เป็นเรื่องรักของวัยรุ่น-หนุ่มสาว แต่นวนิยายเรื่องนี้ไม่เหมาะสำหรับเยาวชน
● หากคุณชอบอ่านนวนิยายรักประเภทแฮปปี้เอนดิ้ง หนังสือเล่มนี้ไม่เหมาะกับคุณ!
เรื่องย่อ
ณ เวฬาคาเฟ่…บ้านไม้หลังเก่าซึ่งถูกรีโนเวตเปลี่ยนโฉมให้กลายเป็นร้านกาแฟเล็กๆ ในตัว ชายหนุ่มชื่อ “ธงรบ” ยังคงรอคอยการกลับมาเยือนของหญิงสาวชื่อ “เวฬุลี” อยู่วันแล้ววันเล่า คล้ายเขามีชีวิตอยู่เพียงเพื่อรอคอยเธอ เขาไม่กล้าฝันเพ้อว่าเธอจะกลับมาอยู่ที่บ้านปูนฟากตรงข้ามคนละฝั่งถนนอีกครั้ง เพียงแค่หวังให้เธอกลับมาให้เขาได้เห็นหน้าเธอบ้าง ได้ยินเสียงเธอบ้าง ได้พูดคุยไถ่ถามสารทุกข์สุกดิบระหว่างกันบ้าง แค่นี้เขาก็มีความสุขมากมายแล้ว กลับมาบ้านหลังเก่าครั้งใดหญิงสาวจะอยู่ค้างคืนไม่นาน ก่อนจะกลับไปใช้ชีวิตอยู่ในกรุงเทพฯ อีกครั้ง เพื่อไปมีคนรัก ผิดหวังกับความรัก มีรักครั้งใหม่ ผิดหวังซ้ำอีกหน แล้วกลับมาชวนเขาดื่มเบียร์ย้อมใจเป็นเพื่อนในยามที่ไม่เหลือใคร โดยไม่ได้สำเหนียกเลยว่าคนที่รักเธอหมดหัวใจอย่างเขาก็ทุกข์ทรมานไม่น้อยไปกว่าเธอ แม้กระนั้นเขาเองก็ยังยินดีจะเฝ้ารอต่อไปทั้งที่รู้ดีว่าปลายทางมีแค่ความว่างเปล่า เขาหลงรักเธอมาตั้งแต่เด็ก ไม่อาจเปลี่ยนใจไปรักผู้หญิงคนไหนได้อีก
กระทั่งวันหนึ่งเวฬุลีก็โผล่มาที่เวฬาคาเฟ่อีกครั้ง เธอชวนธงรบดื่มเบียร์ใต้ร่มจามจุรีที่เดิมซึ่งเคยวิ่งเล่นด้วยกันมาตั้งแต่เล็ก สองคนเมามาย ตกดึกตอนที่เขาพาเธอเข้าไปส่งในห้องนอนของเขาเอง หญิงสาวก็เปลื้องเสื้อผ้าออกจากกายจนเปล่าเปลือย เธอบอกว่าอยากตอบแทนความดีของเขา
นั่นเป็นเซ็กซ์ครั้งแรกในชีวิตของชายหนุ่มอายุสามสิบเศษ และเขาไม่นึกรู้เลยว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ขึ้นกับชีวิตของตัวเอง…
สารบัญ
ปัจจุบันกาล
● เวฬาคาเฟ่
● ผู้มาเยือนในย่ำเย็น
● นิยายรักไม่น่าอ่าน
● ร่ำดื่มใต้ร่มไม้
● เปลือยเปล่าและเมามาย
อดีตกาล
● พ่อกับลูกชาย
● เพื่อนบ้านฟากตรงข้าม
● เพื่อนใหม่ของเด็กชายขี้เหงา
● ลานร่มจามจุรี
● แม่ค้าขนมไทย
● เรื่องที่น้องสาวเล่าให้ฟัง
● เด็กหนุ่มกับเด็กสาว
● โรงแรมเขียวริมคลอง
● เหตุการณ์อันน่าอับอาย
● คนรักของเวฬุลี
● มนุษย์ผู้ไร้เดียงสา
● คืนแห่งความป่วยไข้
● บทเพลงบอกรัก
● คนโง่เง่าเต่าตุ่น
● ความโศกเศร้าของเขาและเธอ
● งานแต่งงานของคนอื่น
ปัจจุบันกาล
● ดาวเคราะห์น้อยโคจรรอบหลุมดำ
คำนำสำนักพิมพ์
“ดาวเคราะห์น้อยโคจรรอบหลุมดำ” เป็นนิยายรัก (ปนอีโรติก) ซึ่งไม่เหมือนนิยายรักส่วนใหญ่ในโลก…
นิยายเรื่องนี้ไม่ได้มี “พระเอก” กับ “นางเอก” ตามขนบการเขียนนิยายรักโดยทั่วไป หญิงสาวซึ่งเป็นตัวละครหลักในเรื่องอาจพออนุโลมเรียกว่าเป็น “นางเอก” ได้อยู่บ้าง แต่หากเรานิยามว่า “พระเอก” คือคนที่นางเอกปรารถนาจะครองคู่อยู่ด้วย คือคนที่ร่วมฝ่าฟันอุปสรรคเพื่อจะได้สุขสมหวังในท้ายที่สุด หรืออย่างน้อยที่สุดก็คือคนที่นางเอกมีใจให้ ชายหนุ่มผู้เป็นตัวละครหลักอีกตัวในเรื่องนี้ก็ห่างไกลลิบลับจากคำคำนั้น
มีแฟนหนังสือของอุเทน พรมแดงหลาย ๆ ท่านพูดไปในทำนองเดียวกันว่า นักเขียนผู้นี้มักเขียนแต่เรื่องเศร้า ๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า เมื่อลองย้อนมองทั้งนวนิยายและรวมเรื่องสั้นที่เราจัดพิมพ์ออกไป ก็ดูเหมือนจะเป็นเช่นนั้นจริง ๆ จะโดยรู้ตัวหรือไม่รู้ตัวก็ตาม งานเขียนส่วนใหญ่ของอุเทน พรมแดงมักจบลงด้วยความสร้อยเศร้าหม่นหมอง
นวนิยายในมือคุณเล่มนี้ก็เป็นเช่นนั้น
แต่หากอ่านอย่างพินิจพิเคราะห์สักนิดเราน่าจะเห็นตรงกันว่า “ดาวเคราะห์น้อยโคจรรอบหลุมดำ” มีมุมมองดี ๆ เกี่ยวกับความรักและชีวิตมากมายกระจัดกระจายอยู่ท่ามกลางความโศกเศร้าผิดหวัง อยู่ที่ว่าเราจะมองเห็นแล้วเลือกเก็บมาเป็นพลังบวกเล็ก ๆ ในหัวใจได้หรือเปล่าก็เท่านั้น…
คำนำผู้เขียน
“นวนิยาย” กับ “เรื่องสั้น” นั้นมีทั้งส่วนเหมือนและส่วนต่างกันอยู่หลายอย่าง ในแง่ของส่วนต่าง เนื่องด้วยนวนิยายมีความยาวมากกว่า คนเขียน (รวมถึงคนอ่าน) จึงมักมีความรู้สึกผูกพันกับตัวละครมากกว่า
นักเขียนคนอื่นเป็นเหมือนกันบ้างหรือเปล่าผมไม่รู้ แต่สำหรับผมแล้ว ผมผูกพันกับตัวละครในนวนิยายสักเรื่องของตัวเองตั้งแต่ยังไม่ได้ลงมือเขียนด้วยซ้ำ เมื่อคิดสร้างตัวละครนั้น ๆ ขึ้นมาจนแจ่มชัดในมโนนึก รู้ว่าเขาหรือเธอมีรูปร่างหน้าตาทำนองไหน มีนิสัยใจคอเป็นเช่นไร หรือต้องผ่านพบเรื่องราวอะไรในชีวิตบ้าง ก็คล้ายกับผมได้รู้จักพบเจอกับเพื่อนใหม่ คล้ายพวกเขามีชีวิตจิตใจขึ้นมาจริง ๆ แล้วยังคล้ายกับผมเอ่ยปากสัญญาด้วยว่า จะสร้างให้พวกเขามีตัวตนขึ้นมาในโลกของเรื่องเล่าบนหน้ากระดาษ
สัญญาออกไปแล้ว ผมต้องพยายามรักษาสัญญานั้น
ในขณะเขียนนวนิยายเรื่องนี้ ผมจึงนึกหวั่นกลัวอยู่ลึก ๆ ว่า ตัวเองจะเป็นอะไรไปเสียก่อนที่จะเขียนจบ เพราะหากเป็นเช่นนั้น ก็เหมือนผมผิดคำสัญญาที่ให้ไว้กับตัวละครเหล่านั้น จะไม่มีนักอ่านแม้แต่คนเดียวในโลกได้รู้จักกับพวกเขา
เมื่อเขียนนวนิยายเรื่องนี้จบลงจนได้ ผมจึงรู้สึกโล่งอกโปร่งใจอย่างอธิบายไม่ถูก
ถ้าถามว่าผมใช้เวลาไปกับนวนิยายเรื่องนี้ยาวนานแค่ไหน คำตอบมีหลายระดับทีเดียว…
หากนับตั้งแต่ผมเกิดความคิดอยากเขียนเรื่องราวความรักในแง่มุมนี้ นวนิยายเรื่องนี้ก็กินเวลาเนิ่นนานร่วม ๆ 30 ปีเข้าไปแล้ว เพราะผมตั้งคำถามอันเป็นประเด็นหลักของเรื่องตั้งแต่ตอนที่ตัวเองยังเป็นวัยรุ่น คำถามที่ว่าคือ ผู้ชายสักคนจะปักใจรักและรอคอยผู้หญิงสักคนได้ยาวนานแค่ไหน ทั้งที่ไม่ได้อะไรตอบแทนกลับมา ทั้งที่เธอไม่เคยเห็นคุณค่าในความรักนั้น และทั้งที่เธอก็ไปมีคนรักของเธอคนแล้วคนเล่า
หากนับตั้งแต่ตอนเริ่มลงมือเขียน ผมก็ใช้เวลาประมาณ 9 เดือนในการเขียนเรื่องราวนี้ออกมา ผมเริ่มเขียนนวนิยายเรื่องนี้ตั้งแต่ต้นปี เขียนโดยที่ยังไม่แน่ใจว่ามันจะออกมาเป็นแค่เรื่องสั้นเรื่องหนึ่งหรือเป็นนวนิยายกันแน่ เริ่มเขียนไว้ได้ไม่กี่หน้าแล้วมีอันต้องหยุดชะงักพักไว้ด้วยเหตุผลหลายอย่าง จนมาเขียนจบเข้าจริงในเดือนกันยายน
แต่หากนับระยะเวลารวมเฉพาะวันที่ได้ลงมือเขียนจริง ผมน่าจะใช้เวลาไม่น่าเกิน 15 วันเป็นอย่างมาก เมื่อทุกอย่างสุกงอมได้ที่ เรื่องราวของตัวละครเหล่านั้นก็ไหลหลั่งพรั่งพรูออกมาบนหน้ากระดาษชนิดที่คนเขียนเองก็หยุดมันไม่ได้
พูดได้ว่า “ดาวเคราะห์น้อยโคจรรอบหลุมดำ” เล่มนี้ เป็นนวนิยายรักเรื่องแรกในชีวิตของผม ไม่อยากเชื่อตัวเองเหมือนกันว่า ผมจะเขียนนวนิยายรักเรื่องแรกออกมาในตอนอายุสี่สิบกลาง ๆ แล้วเช่นนี้ วันวัยของผมห่างไกลจากเรื่องรักใคร่ในวิสัยของหนุ่มสาวไปแล้ว แต่การเขียนถึงเรื่องรักของวัยรุ่นหนุ่มสาวในวัยซึ่งผ่านเลยช่วงชีวิตนั้นมานานแล้วอาจเป็นข้อดีก็ได้ เพราะผมได้แลมองเรื่องราวความรักเหล่านั้นอย่างเข้าอกเข้าใจมากขึ้น
ภาระหน้าที่ของนักเขียนสิ้นสุดลงเมื่อเขียนเรื่องเล่าของตัวเองแล้วเสร็จ เหลือเพียงภาระหน้าที่ของนักอ่านที่จะลองอ่านมันดู อ่านแล้วจะชื่นชอบหรือชิงชังก็ไม่เป็นไร ผมถือว่าตัวเองได้ทำให้ตัวละครเหล่านั้นไปมีตัวตนในการรับรู้ของนักอ่านแล้ว…ผมทำตามสัญญาแล้ว
และหากจะมีอีกสักถ้อยคำที่ผมอยากพูดเกี่ยวกับนวนิยายเรื่องนี้ ผมก็คงอยากบอกว่า โชคดีเหลือเกินที่ผมได้พบเจอความรักที่ดี ไม่ต้องผิดหวังร้าวรานไม่รู้จบสิ้นเหมือนอย่างตัวละครในเรื่องนี้
ตัวอย่างหนังสือ
