บทสนทนาระหว่างเด็กหญิงต้องตากับปัญญาประดิษฐ์
📗“บทสนทนาระหว่างเด็กหญิงต้องตากับปัญญาประดิษฐ์” นวนิยายขนาดสั้น-สั่นคลอนศีลธรรม ผลงานเล่มใหม่ของ “อุเทน พรมแดง” นักเขียนมือรางวัลเจ้าของ 36 รางวัลทางวรรณกรรมระดับชาติ
นี่คือนวนิยายเรื่องแรกที่ใช้กลวิธีเล่าเรื่องโดยให้มนุษย์ (เด็กหญิงคนหนึ่ง) แชตพูดคุยกับ AI ตลอดทั้งเรื่อง จึงท้าทายต่อการอ่านและการคิดวิเคราะห์ ที่สำคัญคือนวนิยายเรื่องนี้มีเค้าโครงมาจากเรื่องจริงอันน่าสะเทือนใจ อีกทั้งเต็มไปด้วยจุดพลิกผันหักมุม นำไปสู่ตอนจบปลายเปิดที่ไม่อาจคาดเดา!
สารบัญ
22 พฤษภาคม
29 พฤษภาคม
5 มิถุนายน
12 มิถุนายน
19 มิถุนายน
26 มิถุนายน
3 กรกฎาคม
10 กรกฎาคม
17 กรกฎาคม
24 กรกฎาคม
31 กรกฎาคม
7 สิงหาคม
14 สิงหาคม
คำนำสำนักพิมพ์
“นิยายแชต” ไม่ใช่ของใหม่อีกแล้วในยุคนี้ เพราะเป็นที่นิยมในหมู่นักอ่านรุ่นใหม่ถึงขนาดมีแพลตฟอร์มให้บริการอ่านนิยายแชตโดยเฉพาะ อย่างไรก็ตาม นิยายแชตส่วนใหญ่จะเผยแพร่ให้อ่านกันบนโลกออนไลน์แทบทั้งนั้น
หากพูดถึงนิยายแชตที่ถูกตีพิมพ์ออกมาเป็นเล่ม ก็น่าจะมีอยู่น้อยมาก แล้วยิ่งถ้าเป็นนิยายแชตที่มนุษย์คุยกับ AI ก็ยิ่งไม่น่าจะเคยถูกตีพิมพ์เป็นหนังสือเล่มมาก่อน
นวนิยาย “บทสนทนาระหว่างเด็กหญิงต้องตากับปัญญาประดิษฐ์” ในมือคุณเล่มนี้ จึงให้รสชาติแปลกใหม่ชนิดที่คุณไม่เคยอ่านที่ไหนแน่นอน กลวิธีการเล่าเรื่ืองที่ผู้เขียนเลือกใช้อยู่ในรูปแบบข้อความสนทนาระหว่างเด็กหญิงคนหนึ่งกับ AI เรื่องราวที่โต้ตอบระหว่างกันก็มีตั้งแต่เหตุการณ์ทั่วไปในชีวิต ความสุขความเศร้าตามประสามนุษย์ ไปจนถึงเรื่องต้องห้ามเข้าขั้นผิดศีลธรรมอย่างรุนแรง
ผู้เขียนเลือกสะท้อนภาพปัญหาของเด็กในสังคมยุคนี้ออกมาอย่างตรงไปตรงมา ไม่เพียงฉายภาพปฏิสัมพันธ์และ “แรงกระทำ” จากผู้คนรอบข้างที่มีผลต่อเด็กเท่านั้น ผู้เขียนยังก้าวข้ามไปพูดถึง AI ซึ่งมีอิทธิพลไม่น้อยต่อชีวิตเด็กคนหนึ่ง
อ่านนวนิยายขนาดสั้น ๆ เรื่องนี้จบลงแล้ว เราอาจบอกไม่ได้ว่าปัญหาทั้งหมดเริ่มต้นที่ตรงไหน จะไปจบลงที่จุดใด หรือแม้กระทั่งว่าใครหรือสิ่งใดเป็นต้นตอที่แท้จริงของเรื่องน่าเศร้าเหล่านี้ แต่อย่างน้อยเรื่องเล่าในหนังสือเล่มนี้ก็ช่วยให้เราเห็นภาพชัดว่า ทุกองคาพยพปลีกย่อยในสังคม…รวมถึงเทคโนโลยีสมัยใหม่อย่าง AI ล้วนส่งผลกระทบต่อเด็กน้อยผู้กำลังจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่เสมอ
คำนำผู้เขียน
โดยปกติแล้วในการเขียนคำนำของนวนิยายหรือรวมเรื่องสั้นสักเล่ม ผมมักไม่พูดถึงวิธีการทำงานเขียนชิ้นนั้น ๆ หรือแม้แต่เนื้อหาสาระของหนังสือเล่มนั้น ทว่านวนิยาย “บทสนทนาระหว่างเด็กหญิงต้องตากับปัญญาประดิษฐ์” เล่มนี้มีความแตกต่างออกไป และผมคิดว่าควรต้องบอกกล่าวเล่าความในบางประเด็นก่อนที่คุณผู้อ่านจะได้อ่านเรื่องราวในเล่ม
ประเด็นสำคัญที่สุดคือ กลวิธีการเล่าเรื่องของนวนิยายเล่มนี้บังคับให้ผมต้องชั่งตวงวัดเพื่อหาจุดสมดุลระหว่างความงดงามเชิงวรรณศิลป์ กับความสมจริงของเรื่องเล่า
หากเล่าเรื่องให้มีชั้นเชิงเกินไป ใช้ภาษาสละสลวยเกินไป หรือเขียนอย่างประณีตบรรจงเพื่อให้ออกมาเป็นนวนิยายที่มีคุณภาพสูงในแง่สำนวนภาษา นั่นก็จะทำลายความสมจริงของเรื่องเล่าทันที เพราะทั้งเด็กหญิงและปัญญาประดิษฐ์ คงไม่ได้มีความสามารถในการสร้างสรรค์งานวรรณกรรมชั้นดีเหมือนคนเป็นนักเขียน
ในขณะเดียวกัน หากผมเทน้ำหนักไปที่ข้างความสมจริงมากเกินไป เช่น เล่าเรื่องอย่างสะเปะสะปะเกินไป เต็มไปด้วยคำสะกดผิดมากมายเกินไป หรือเขียนอย่างวกวนสับสนตามธรรมชาติของปัญญาประดิษฐ์ยุคปัจจุบัน งานเขียนชิ้นนี้ก็จะห่างไกลจากความเป็นวรรณกรรมชั้นดีเปี่ยมด้วยวรรณศิลป์ อีกทั้งนวนิยายเรื่องนี้อาจเป็นได้แค่ข้อความแชตไม่ชวนอ่าน คนอ่านอ่านได้เพียงไม่กี่หน้าก็อาจโยนหนังสือทิ้งลงถังขยะไป
ด้วยเหตุนี้ผมจึงต้องหาจุดลงตัวของทั้งสองฟากฝั่งอย่างที่บอกไปแล้ว คุณอาจพบว่านวนิยายเล่มนี้เขียนด้วยภาษาไม่สวยงามเท่าที่ควร การบรรยายก็กระโดดไปกระโดดมาไม่ลื่นไหล ปรากฏคำสะกดผิดปะปน หรือแม้แต่มีการใช้สำนวนภาษาที่อ่านยากหรือชวนสับสนอยู่บ้าง ขอให้เข้าใจว่าผมจงใจให้เป็นเช่นนั้นเพื่อรักษาความสมจริงของเรื่องเล่าไว้
ประเด็นถัดมา อาจมีบางคนสงสัยว่าผมใช้เอไอแต่งนวนิยายเรื่องนี้ขึ้นมาหรือเปล่า หากเป็นนักอ่านขาประจำของผม น่าจะรู้กันดีอยู่แล้วว่าผมไม่มีทางทำอะไรที่เป็นการดูถูกทั้งนักอ่านและตัวเองเช่นนั้น กระนั้นก็ตามผมไม่ปฏิเสธว่าผมใช้ข้อความจากเอไอมาเป็นส่วนประกอบสำคัญในนวนิยาย ด้วยความที่เนื้อหาของนวนิยายเล่มนี้เป็นการส่งข้อความพูดคุยโต้ตอบระหว่างเด็กหญิงคนหนึ่งกับเอไอ จึงจำเป็นอยู่เองที่ผมต้องนำข้อความจริงจากเอไอมาใช้เป็นต้นแบบเพื่อความสมจริง แต่ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าผมนำข้อความที่ได้จากเอไอมาใช้ทั้งดุ้นอย่างมักง่าย ผมต้องปรับแก้ เรียบเรียง ตัดทอน หรือขัดเกลาข้อความจากเอไอใหม่เพื่อให้กระชับและอ่านง่ายขึ้น โดยยังคงธรรมชาติของเอไอไว้ นวนิยายเรื่องนี้จึงไม่ใช่งานเขียนที่ใช้เอไอเขียนขึ้นมาแต่อย่างใด
นอกจากนี้สิ่งที่ผมปรับแก้มีแค่ถ้อยคำ ส่วน “สาร” และ “น้ำเสียง” ของเอไอ ผมยังคงไว้ตามเดิมทุกประการ เพื่อไม่ให้นวนิยายเล่มนี้เข้าข่ายเป็นการปรักปรำหรือใส่ร้ายเอไอ ความสนุกและความท้าทายอย่างหนึ่งในการสร้างสรรค์งานเขียนชิ้นนี้ จึงอยู่ที่ผมต้องพยายามตะล่อมให้เอไอโต้ตอบไปในทิศทางที่ต้องการ หรือแม้แต่หลอกให้เอไอหลงกล เพื่อมันจะได้ช่วยทำหน้าที่หลอกล่อคนอ่านของผมอีกต่อหนึ่ง
ประเด็นสุดท้าย คุณจะพบคำหยาบคายบางคำซึ่งผมไม่น่าจะเคยใช้มาก่อนในงานเขียนเล่มอื่น ๆ เรื่องนี้ต้องขออภัยนักอ่านที่อาจตกใจ หรือถึงขั้นรับไม่ได้ที่คำหยาบคายถูกพูด (หรือจริง ๆ คือพิมพ์) โดยเด็กผู้หญิงอายุน้อย ผมเลือกจะใส่คำหยาบที่ว่านี้ลงไปเพื่อรักษาความสมจริงของเรื่องเล่าเช่นกัน และผมมองว่าคำหยาบคายช่วยแสดงสภาวะภายในหลาย ๆ อย่างของเด็กออกมาให้ผู้ใหญ่อย่างเรารับรู้ได้ ที่สำคัญคือผมไม่ได้ยัดถ้อยคำหยาบคายใส่ปากเด็ก แต่ทว่าเด็ก (อย่างน้อยก็ตัวละครในเรื่องซึ่งมีเค้าโครงมาจากเรื่องจริง) เป็นคนใช้ถ้อยคำเหล่านั้นจริง
หวังว่านวนิยายแปลก ๆ เล่มนี้จะสร้างความรื่นรมย์ในเชิงวรรณกรรมให้คุณได้บ้าง และหวังอีกว่าจะไม่มีเด็กคนไหนในโลกต้องพบเจอเรื่องราวน่าเศร้าเช่นเดียวกับตัวละครในหนังสือเล่มนี้
ตัวอย่างหนังสือ
