จอมพลอวกาศสามัญบัวโรย จิตสำเริง
📗 “จอมพลอวกาศสามัญบัวโรย จิตสำเริง” รวม 8 เรื่องสั้นสร้างสรรค์สั่นสะเทือนความเป็นมนุษย์ การันตีคุณภาพโดย “อุเทน พรมแดง” มือเรื่องสั้นอันดับต้นๆ ของประเทศ เจ้าของ 36 รางวัลทางวรรณกรรมระดับชาติ!
รวมเรื่องสั้นเล่มนี้ทั้งยิ้มเยาะ ขุดลึก และตั้งคำถามถึงความเป็นคนในตัวเรา แต่ละเรื่องล้วนอ่านง่าย ทว่าตีความไปได้กว้างไกลตามมุมมองของนักอ่านแต่ละคน
สารบัญ
“ชายไร้บ้านผู้อาศัยนอนอยู่ใต้สะพานไม่ได้เดินขึ้นมาอยู่เหนือสะพานเพื่อหวังผลประโยชน์อันใด แกเพียงตื่นขึ้นมาดูเหตุการณ์ตามประสาปุถุชน”
● เหนือสะพาน-ใต้สะพาน
“ตัวหนังสือส่วนนั้นขึ้นต้นด้วย ‘น.ช.’ แล้วจึงตามด้วยชื่อกับนามสกุล ต่อจากนั้นเป็นที่อยู่ของเรือนจำแห่งหนึ่งในจังหวัดไกลห่างออกไป”
● หนึ่งหน้าสิบห้าบรรทัด
“ปรากฏการณ์บนดวงหน้าของชายชราดูช่างขัดแย้งกัน…ริมฝีปากของแกยิ้มร่า ทว่าสองตากลับมีน้ำตาผุดไหลออกมาไม่ยอมหยุด”
● แดงกับดำ
“เขาพยายามสอนลูกชายให้เคารพกฎกติกา เพิ่งรู้ตัวว่าเผลอละเมิดกติกาของเกมหมากรุกเข้าเสียเองโดยไม่ทันได้คิด”
● คนละฟากกระดานหมากรุก
“คำพูดของหลานสาวทำให้ยายแรมตกใจอยู่ไม่น้อย วันใหม่เป็นพวกน้ำนิ่งไหลลึกกว่าที่คิด ในมุมมองของหญิงชรา…ความคิดความอ่านของเด็กสาวเตลิดไปไกลจนน่ากลัว”
● นาฬิกาโบราณซึ่งหลงลืมกาลเวลา
“ฉันอยากให้สถาบันเบื้องบนซึ่งอยู่คู่ชาติบ้านเมืองมาแสนนานคงอยู่เช่นเดิมตลอดไป ส่วนสามีมองว่าถึงเวลาต้องปรับเปลี่ยนปฏิรูปให้สอดคล้องกับยุคสมัย”
● คนหนึ่งยืน คนอื่นนั่ง
“แรงงานต่างด้าวทั้งห้าคนนั้นมาซุกหัวอาศัยอยู่ในห้องแถวของสุปราณีได้สองเดือนกว่าแล้ว ตอนที่ฝ่ายกัมพูชาระดมยิงจรวดบีเอ็ม-21 เข้ามาคร่าชีวิตคนไทยไม่เลือกหน้า”
● ช่างฮวนและกลุ่มก๊วนกัมพูชา
“ครูทินกรนึกสงสัยไม่น้อยว่าบัวโรยหายไปอยู่เสียที่ไหน แต่กระนั้นเขาทำอะไรได้ไม่มากไปกว่าตั้งใจสอนหนังสือเด็กชั้นประถมหนึ่งไปตามปกติ”
● จอมพลอวกาศสามัญบัวโรย จิตสำเริง
คำนำสำนักพิมพ์
ข้อน่าสังเกตเกี่ยวกับหนังสือรวมเรื่องสั้นเล่มนี้คือ แต่ละเรื่องราวในเล่มล้วนพูดถึงผู้คนตัวเล็ก ๆ ไม่สลักสำคัญ เช่น คนไร้บ้าน, นักโทษชาย, แรงงานต่างด้าว, คนสติไม่เต็มบาท หรือผู้คนธรรมดาสามัญอีกมากมายในสังคม
หากมองในแง่กลุ่มชุดของตัวละคร รวมเรื่องสั้นเล่มนี้หนีไม่พ้นไปจากความเป็นงานเขียนเพื่อชีวิต แต่ทว่ามีมุมมองที่ทันสมัยและใช้เสียงเล่าแตกต่างจากเรื่องสั้นเพื่อชีวิตยุคเก่า ทั้งยังมีความดิ่งลึกในเชิงความคิดอย่างชัดเจน ไม่ใช่เพียงมุ่งสร้างอารมณ์สะเทือนใจให้เกิดกับคนอ่านเท่านั้น
อีกประการหนึ่ง เรื่องสั้นส่วนใหญ่ในหนังสือเล่มนี้คล้ายถูกเคลือบคลุมอยู่ด้วยความหม่นเศร้า แต่ทั้งนี้หากฉุกคิดให้ดีหลังจากอ่านจบ จะพบว่าเป็นความหม่นเศร้าที่ช่วยให้เราเข้าใจธรรมชาติของชีวิตยิ่งขึ้น
รวมถึงยังทำให้เรารู้ว่า แม้แต่ในเรื่องทุกข์เศร้า ก็ยังมีความอิ่มสุขบางอย่างเจือปน และมีแง่มุมด้านบวกให้เลือกมอง
คำนำผู้เขียน
ยามอ่าน “คำนำ” ในหนังสือของนักเขียนรุ่นเก่าก่อนบางคน ผมอดนึกชื่นชมไม่ได้ว่าเขาช่างเขียนคำนำได้สละสลวยสวยงาม มีเสน่ห์ชวนให้ติดตามอ่านต่อ (เพื่อนนักเขียนรุ่นราวไม่ห่างกันนักคนหนึ่งเคยพูดติดตลกไว้ว่า นักเขียนรุ่นก่อนบางคนเขียนคำนำได้น่าอ่านกว่าเรื่องสั้นในเล่มเสียอีก)
ยอมรับว่าผมไม่ใช่นักเขียนประเภทมานั่งประดิดประดอยถ้อยคำเพื่อเขียนคำนำในหนังสือตัวเองให้น่าอ่านราวกับเป็นเรื่องสั้นเรื่องหนึ่ง ผมทุ่มเทพลังและความพิถีพิถันทั้งหมดไปกับการร่ายเล่าเรื่องราวในเล่ม ครั้นถึงเวลาเขียนคำนำ ผมมักใช้วิธีนึกคิดอะไรได้ก็เขียนไปอย่างนั้น เป็นการเขียนตามธรรมเนียมนิยมมากกว่าจะมีสารพิเศษอันใดต้องการสื่อไปถึงผู้อ่าน
รวมเรื่องสั้นเล่มนี้ก็เช่นกัน ผมไม่มีเนื้อหาสาระอะไรจะกล่าวเกริ่นมากมาย มีก็แค่คำขอบคุณจากหัวใจที่อยากส่งไปถึงคนอ่านหนังสือของผม
ผมไม่ใช่นักเขียนโด่งดัง นักอ่านที่พอจะรู้จักมักคุ้นกับชื่อเสียงเรียงนามของผมอยู่บ้างก็มีแต่คนอ่านวรรณกรรมสร้างสรรค์หนัก ๆ โดยเฉพาะนักอ่านที่ชอบอ่านเรื่องสั้น ผมไม่เคยปรากฏตัวผ่านสื่อทั้งออนไลน์และออฟไลน์มานานมากแล้ว ไม่ได้เล่นโซเชียลมีเดียตามความหมายที่คนส่วนใหญ่เข้าใจกัน ผมปล่อยให้โลกภายนอกรู้จักผลงานมากกว่าหน้าตาตัวตน
กระนั้นก็นับเป็นเรื่องโชคดีที่ยังพอมีแฟน ๆ นักอ่านติดตามอ่านงานเขียนของผมอยู่บ้าง แฟนนักอ่านประเภทที่ตามซื้อหนังสือของผมแทบทุกเล่มไม่ได้มีจำนวนมากมายอะไร ไม่ใช่หลักพันหรือแม้แต่หลักร้อย ทว่ามีเพียงหลักสิบเท่านั้น อย่างไรก็ตามนักอ่านกลุ่มเล็ก ๆ ที่ว่านี้ ก็เป็นเหมือนสายลมใต้ปีกช่วยให้นกตัวเล็กกระจ้อยร่อยอย่างผมพอมีแรงโบยบินบนเวิ้งฟ้าแห่งอักษรต่อไป ออกหนังสือเล่มใหม่ยังพอมีคนซื้อไปอ่านอยู่บ้าง…แม้แค่หลักสิบ นั่นก็เพียงพอหล่อเลี้ยงให้ผมยังคงดำรงชีวิตด้วยการเป็นนักเขียนอาชีพอยู่ได้
ผมอยากขอบคุณแฟนหนังสือขาประจำกลุ่มนี้ เป็นพิเศษ นักเขียนอยู่ได้เพราะนักอ่าน ไม่ใช่เพราะใครอื่นที่ไหน หากไม่มีนักอ่านช่วยสนับสนุนอุดหนุนหนังสือ นักเขียนธรรมดาสามัญอย่างผมคงไม่อาจเขียนหนังสือเป็นอาชีพอยู่ได้มานานขนาดนี้ และหากไม่มีนักอ่านเหล่านี้ หนังสือเล่มใหม่ ๆ ของผมย่อมไม่มีโอกาสเกิดขึ้นมาในบรรณพิภพ
ตราบใดยังมีแฟนหนังสือติดตามอ่าน ผมจะยังคงเขียนหนังสือต่อไป เพราะหนึ่งในเรื่องที่ผมภูมิใจมากที่สุดในชีวิต คือการได้เกิดมาเป็นนักเขียน…
ตัวอย่างหนังสือ
